ประเภทของโรงแรมที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจที่พัก
การเริ่มต้นทำธุรกิจโรงแรม ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีห้องพักและเตียงนอน แต่คือการเข้าใจความต้องการของตลาด กลุ่มเป้าหมาย และการวางตำแหน่งทางธุรกิจให้ชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เริ่มต้นได้จากการทำความเข้าใจว่าประเภทของโรงแรมมีกี่ประเภท และมีอะไรบ้าง เพราะประเภทของโรงแรมจะมีผลต่อรูปแบบการให้บริการ การลงทุน การทำการตลาด ไปจนถึงระบบการบริหารจัดการที่ควรนำมาปรับใช้
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประเภทของโรงแรม พร้อมคำแนะนำว่าโรงแรมแต่ละประเภทควรใช้ระบบจัดการโรงแรมแบบไหนจึงจะเหมาะสมและคุ้มค่า
ประเภทของโรงแรมแบ่งตามวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย
โรงแรมสามารถจำแนกได้ตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการหรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลัก ดังนี้
Business Hotel โรงแรมเพื่อการเดินทางทางธุรกิจ
โรงแรมประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องมาทำธุรกิจ ประชุม หรือจัดสัมมนา มีจุดเด่นคือการให้บริการที่รวดเร็ว และเน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก
คุณสมบัติเด่น
- ทำเลมักตั้งอยู่ใกล้แหล่งธุรกิจ เช่น ย่านสำนักงาน สนามบิน หรือศูนย์ประชุม
- มีบริการ Wi-Fi ความเร็วสูง
- มีห้องประชุมและ Co-working Space
- มีระบบ Check-in/Check-out ที่รวดเร็ว รองรับ Walk-in และกรุ๊ปประชุม
Boutique Hotel โรงแรมขนาดเล็ก
โรงแรมแนวบูทีคมักมีห้องไม่เกิน 30 ห้อง มีการตกแต่งที่โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละสถานที่ เช่น สไตล์โคโลเนียล วินเทจ หรือ Local Contemporary
คุณสมบัติเด่น
- ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักแบบเฉพาะตัว
- เน้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการกับแขก
- มักตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าหรือย่านท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมโดดเด่น
Resort รีสอร์ตสำหรับการพักผ่อนในธรรมชาติ
รีสอร์ตเป็นที่พักที่เน้นการให้บริการแบบครอบคลุมในสถานที่เดียว เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะยาว การทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือคู่รัก
คุณสมบัติเด่น
- ทำเลมักตั้งอยู่ริมทะเล ภูเขา หรือแหล่งธรรมชาติ
- มีกิจกรรมให้บริการในพื้นที่ เช่น สปา สระว่ายน้ำ กีฬาทางน้ำ
- เน้นความเป็นส่วนตัวและความสงบ เหมาะกับการพักผ่อน
เรื่องน่ารู้
Q : ทํารีสอร์ต ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง ?
A : การทำรีสอร์ตในประเทศไทยต้องขอใบอนุญาตตามกฎหมายโรงแรม พ.ศ. 2547 และกฎหมายก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง โดยหลัก ๆ คือ
- ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (Hotel License)
- ใบอนุญาตก่อสร้าง/ดัดแปลงอาคาร (หากสร้างใหม่หรือปรับปรุง)
- ใบอนุญาตสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณสุข เช่น ใบอนุญาตขายอาหาร เครื่องดื่ม หรือจัดกิจกรรม
ทั้งนี้ เงื่อนไขขึ้นอยู่กับขนาด จำนวนห้องพัก และรูปแบบกิจการ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนดำเนินการทุกครั้ง
Q: รีสอร์ตกับโรงแรมต่างกันอย่างไร ?
A: รีสอร์ตกับโรงแรมต่างกันหลัก ๆ ที่ ลักษณะและการให้บริการ
- รีสอร์ต มักตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เช่น ริมทะเล ภูเขา หรือชนบท มีพื้นที่กว้าง เน้นบรรยากาศการพักผ่อนและการทำกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย เช่น สปา คาเฟ่ หรือทัวร์สถานที่ใกล้เคียง
- โรงแรม มักอยู่ในเมืองหรือทำเลที่อยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์การเข้าพักระยะสั้น เช่น กลุ่มนักธุรกิจ หรือ นักท่องเที่ยวทั่วไป
สรุปได้ว่า รีสอร์ตเน้นประสบการณ์พักผ่อนในสถานที่ ส่วน โรงแรมเน้นความสะดวกสบาย
Hostel/Bed & Breakfast ที่พักราคาประหยัดแบบแชร์พื้นที่
เหมาะกับนักเดินทางแบบแบ็กแพ็กเกอร์ นักศึกษา หรือ ผู้ที่มีงบประมาณจำกัด ที่ต้องการหาที่พักแบบคุ้มค่า
คุณสมบัติเด่น
- ราคาย่อมเยา
- มักมีการแชร์พื้นที่ครัว ห้องน้ำ หรือห้องนั่งเล่น
Serviced Apartment อะพาร์ตเมนต์พร้อมบริการระดับโรงแรม
ที่พักในลักษณะโรงแรมขนาดกลาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับผู้พักระยะยาว เช่น นักธุรกิจต่างชาติ
คุณสมบัติเด่น
- มีห้องครัว เครื่องซักผ้า และห้องนั่งเล่นในตัว
- บริการทำความสะอาด สระว่ายน้ำ ฟิตเนส
- มีแพ็กเกจสำหรับการเข้าพักรายสัปดาห์หรือรายเดือน

ประเภทห้องโรงแรมและการเลือกใช้ให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
การจัดประเภทห้องพัก เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้โรงแรมสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางคนเดียว กลุ่มครอบครัว หรือผู้เข้าพักระยะยาว
Single Room ห้องพักเดี่ยว
- ลักษณะ : ห้องพักสำหรับผู้เข้าพักเพียง 1 คน มักมีเตียงขนาด Single Bed หรือ Twin Bed เพียงเตียงเดียว
- กลุ่มเป้าหมาย : นักเดินทางคนเดียว นักธุรกิจ หรือแบ็กแพ็กเกอร์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
Double Room/Twin Room ห้องพักคู่
- ลักษณะ:
- Double Room : เตียงใหญ่ 1 เตียง (Queen หรือ King Size)
- Twin Room : เตียงเดี่ยว 2 เตียง แยกจากกัน
- กลุ่มเป้าหมาย : คู่รัก หรือผู้เข้าพัก 2 คน
Triple Room/Family Room ห้องสำหรับครอบครัว
- ลักษณะ : มี 3 เตียง หรือเตียงใหญ่ 1 เตียง และเตียงเล็กเสริม 1 เตียง รองรับผู้เข้าพัก 3-4 คน
- กลุ่มเป้าหมาย : ครอบครัวเล็ก ๆ หรือกลุ่มเพื่อน
Suite Room ห้องสวีต
- ลักษณะ : ห้องพักระดับพรีเมียม ประกอบด้วยห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกจากกัน อาจมีพื้นที่ทำงานหรือห้องครัวขนาดเล็ก
กลุ่มเป้าหมาย : นักธุรกิจระดับผู้บริหาร คู่รักในทริปพิเศษ หรือแขก VIP
Dormitory ห้องพักรวม
- ลักษณะ : ห้องนอนรวมที่มีหลายเตียง แยกเป็นห้องพักชาย-หญิงหรือห้องรวม มีการแชร์ห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลาง
- กลุ่มเป้าหมาย : แบ็กแพ็กเกอร์ หรือ นักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด
แนะนำระบบจัดการโรงแรมที่ช่วยยกระดับธุรกิจให้เป็นมืออาชีพ
ระบบจัดการห้องพัก (PMS – Property Management System)
ระบบ PMS ช่วยให้เจ้าของโรงแรมหรือผู้จัดการสามารถบริหารห้องพักได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กสถานะห้องว่าง, การจอง, การเช็กอิน-เช็กเอาต์, การออกใบเสร็จ และการบริหารงานแม่บ้าน โดยทุกอย่างจะถูกเชื่อมต่อในระบบเดียว ช่วยลดความผิดพลาดจากการจองซ้ำซ้อน หรือการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนระหว่างทีม
ระบบจองโรงแรมออนไลน์ (Booking Engine)
ระบบจองโรงแรม Booking Engine ช่วยให้โรงแรมสามารถเปิดรับการจองผ่านเว็บไซต์ของตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งพา OTA เพียงอย่างเดียว โดยลูกค้าสามารถเลือกห้อง เลือกวันที่จะเข้าพัก และชำระเงินได้เองทันที ช่วยสร้างยอดขายตรง (Direct Booking) และลดค่าคอมมิชชันจากแพลตฟอร์มตัวกลาง
Channel Manager
หากโรงแรมของคุณลงขายห้องพักผ่านหลายช่องทาง เช่น Agoda, Booking.com, Expedia หรือ Traveloka การมี Channel Manager คือสิ่งจำเป็น เพื่อให้ระบบสามารถซิงก์ข้อมูลห้องว่างและราคากลางได้แบบเรียลไทม์ หากมีการจองเข้ามาจากช่องทางใด ระบบจะอัปเดตข้อมูลทุกแพลตฟอร์มทันที ลดความเสี่ยงการจองซ้ำซ้อน และช่วยบริหารราคาแบบ Dynamic Pricing ได้ง่ายขึ้น
ระบบจัดการรายได้และรายงาน (Reporting & Revenue Management)
ระบบรายงานที่ดีจะช่วยให้คุณติดตามรายได้จากแต่ละช่องทางได้แบบวันต่อวัน ทั้งยังช่วยให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารายได้มาจาก OTA หรือจากการจองตรงเท่าไร ช่วยในการวางแผนการตลาดและกำหนดราคาอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบรายงานยังช่วยให้คุณตรวจสอบประสิทธิภาพของพนักงานและแนวโน้มการเข้าพักตามฤดูกาลได้อีกด้วย
การเลือกประเภทของโรงแรมให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จ แต่การเลือก “ระบบจัดการ” ที่เหมาะสม คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก-กลาง สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมโรงแรมขนาดเล็ก ที่ดูแลได้ทุกด้านของธุรกิจ สามารถทดลองใช้โซลูชันจาก Kantus Hotel Tech ได้ฟรี 3 เดือน พร้อมทีมที่ปรึกษาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
Kantus Hotel Tech คือโซลูชันที่ออกแบบโดยคนไทย เพื่อธุรกิจของคนไทยโดยเฉพาะ
- ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐาน IT ก็เริ่มต้นได้
- รองรับการทำงานครบในระบบเดียว
- มีทีม Support ภาษาไทย 24 ชั่วโมง
- ปรับตามขนาดธุรกิจได้ ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่
ติดต่อสอบถามหรือขอรับคำปรึกษาฟรีได้ที่ เบอร์โทรศัพท์: 022-555-581 หรือ E-Mail: sales@kantushoteltech.com
ข้อมูลอ้างอิง
- โรงแรม, ที่พัก, รีสอร์ท? ด่านแรกของแผนการเที่ยว แบ่งประเภทอย่างไร เลือกให้เหมาะกับคุณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 จาก https://psasupply.co.th/how-many-types-of-hotels/

Leave a Reply